ประวัตินักชกไทย ไม่ได้โม้!!! “สมรักษ์ คำสิงห์”

วันที่ประเทศไทยรอคอย วันที่คนไทยทั้งประเทศตั้งความหวัง วันที่ประวัติศาสตร์ไทยจะต้องจารึกเอาไว้ วันที่คนทั้งโลกจะได้รู้ว่า ประเทศไทยก็สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เหมือนกับทุกประเทศและเป็นวันที่นักเดิมพันมวยทุกคนต้องจดจำกับนักมวยที่มีฉายา ว่า “ไม่ได้โม้” ฉายานี้ต้องยอมรับจริงๆว่า ไม่มีใครที่เหมาะสมกับ “ฮีโร่” ของประเทศไทยคนนี้ นั้นคือ นักมวยไทยของประเทศไทย “สมรักษ์ คำสิงห์” เขาเป็นนักกีฬาคนไทยคนแรก ที่ได้เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ปี 2528 “สมรักษ์ คำสิงห์” เริ่มเดินทางเข้าสู่ถนนสายสังเวียนโดยการชกมวยไทยแต่ โชคชะตาไม่ได้กำหนดให้ “สมรักษ์” สุขสมหมายกับชีวิตนักมวยไทย แต่ทางกับกันเขากำหนดให้ “สมรักษ์” เดินบนเส้นทางของนักมวยสากลมากกว่า “สมรักษ์” เริ่มเข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น และประสบความสำเร็จได้ทั้งแชมป์ประเทศไทยและเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ จนติดทีมชาติครั้งแรก และถือว่าเป็น นักมวยไทยคนแรกที่ผ่านรอบคัดเลือก แข่งขันรอบสุดท้าย ในกีฬาโอลิมปิก ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ปี พ.ศ. 2535 โอลิมปิก ที่บาร์เซโลนา, ปี พ.ศ. 2539 โอลิมปิก ที่แอตแลนตา, ปี พ.ศ. 2543 โอลิมปิก ที่ซิดนีย์, ปี พ.ศ. 2547 โอลิมปิก ที่เอเธนส์ “โม้อมตะ” ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้คนไทยและคนทั้งโลกต้องจารึก เพราะเขาสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเป็นคนแรกของประเทศไทย หลังจากได้เหรียญทอง “สมรักษ์” ก็กลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์เพียงข้ามคืน จนการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ได้ออกแสตมป์ที่มีรูปการชกรอบชิงชนะเลิศของ “สมรักษ์” ออกมา ราคาดวงละ 6 บาท มาด้วย เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้

Read more

“ล้มมวย” มีจริงหรือแค่กรุกันขึ้นมา

    ได้ยินกันมาตั้งแต่ช้านาน จนคิดไปซะแล้วว่ามันเป็นเรื่องปกติของวงการมวยไทย  สำหรับคำว่า “ล้มมวย” กีฬามวยไทยในปัจจุบันนี้ เป็นกีฬาที่ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า เงินสะพัดจริงๆ เพราะการขึ้นชกมวยในแต่ละไฟต์ จะมีการว่างเดิมพันมวยที่สูงมากๆ บ้างคู่มีเป็น 10 ล้านบาท เลยก็ว่าได้ จึงไม่แปลกหลอกครับ ที่คำว่า “ล้มมวย”  จะเกิดขึ้นมาคู่กับกีฬามวยไทยของเรา “คุณตี๋” เซียนมวยชื่อดัง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการล้มมวยในสังคมบ้านเราว่า “ใบสั่ง”  จากผู้จ้างวานมักมาจาก “ขาใหญ่ในวงการพนัน”  ซึ่งอาจจะแฝงอยู่ในคราบของใครก็ได้ทั้งนั้น ตั้งแต่เทรนเนอร์ หัวหน้าค่าย เซียนมวย หรือแม้แต่โปรโมเตอร์บางคนที่เล่นการพนัน  ต้องใช้คำว่า “ถ้าไม่มีคนสั่งการ นักมวยที่ไหนจะกล้าล้มมวย”  จึงต้องเป็นบุคคลใหญ่ๆโตๆหรือไม่ก็บุคคลที่มีบุญคุณต่อนักมวยคนนั้นๆ จนทำให้นักมวยชื่อดังหลายต่อหลายคน ยอมทิ้งศักดิ์ศรีที่สร้างมาทั้งชีวิตเพื่อแลกกับเงินหรือความเกรงใจที่มีต่อผู้มีพระคุณ ดังนั้นคำว่า “ล้มมวย” ที่เราสงสัยกันมาตลอดว่ามีอยู่จริงหรือแค่กรุกันขึ้นมาเพื่อเป็นข้ออ้างของพวกขี้แพ้นั้นมีอยู่จริง ก็เหมือนดั่งสุภาษิตที่ว่า “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า”  ฟังดูแล้วทุกคนคงสงสัยกันว่า ทำไมการที่จะล้มมวยในแต่ละครั้ง มันถึงได้ทำกันอย่างง่ายด้ายเพียงนี้  มันก็คงเป็นเพราะบทลงโทษไม่มีประสิทธิภาพนั้นแหละครับ

Read more